love

Life

posted on 11 Jul 2009 23:33 by momoocha-lover  in love

เคยสังเกตุกันไหมคะ

บางครั้งชีวิตก็นำพาให้เราไปพบเจอกับคนที่ดูเหมือนจะดี

แต่สุดท้ายก็ไม่ดี

เจอกับคนที่ต่างกันคนละขั้ว

พยายามแค่ไหน สุดท้ายก็คือคนละขั้ว

ยิ่งเปิดใจรับมากเท่าไหร่

คนที่เข้ามาก็ยิ่งหลากหลาย

ราวกับว่า ชีวิต ต้องการจะให้เราได้ประสพพบเจอ กับโลกภายนอก

เจอกับคนหลาย ๆ แบบ ที่ไม่คล้ายคลึงกับเรา พื้นฐานต่างกัน นิสัยใจคอ แบคกราวนต่างกัน

ให้ได้รู้จักกับความเจ็บปวด 

ให้ได้รู้จักตัวตนของตัวเอง

เพื่อที่จะนำเรากลับมาสู่ปัจจุบัน และมองสิ่งรอบ ๆ ตัวให้ดีขึ้น

พื้นที่รอบตัวอบอุ่นกว่าที่ไกล ๆ เป็นไหน ๆ

สิ่งที่คุ้นเคยอยู่ ดูมีค่าึ้ขึ้นกว่าเดิม

ทำให้อะไรที่่คล้าย ๆ กัน มาจากสภาพแวดล้อมใกล้ ๆ กัน เป็นสิ่งสำคัญ

และทำให้รู้จักตัวเอง ว่าจริง ๆ แล้ว เราต้องการอะไร

หรือว่าชีวิตได้กำหนดเอาไว้แล้วทุกอย่างกันนะ

 

ความสุขของการอยู่คนเดียว

posted on 14 Apr 2009 19:46 by momoocha-lover  in love

อารมณ์กึ่ม ๆ อยากจะระบายอีกแล้ว

ช่วงนี้หายไปเพราะยุ่งกับหลาย ๆ เรื่อง เรื่องเรียน เที่ยวกับเพื่อน ไม่มีเวลาอัพบ้าง รวมถึงเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ

ที่ฟังดูแล้วก็ซ้ำซาก จำเจเหลือเกิน

เดี๋ยวก็พบ เดี๋ยวก็พราก ความรักเนี่ย มันมีดีตรงไหนกันนะ คนถึงได้ไขว่คว้าอยากได้มันมาเหลือเกิน

รวมถึงเราด้วย

 

 

ทั้ง ๆ ที่มีคนรอบตัวมากมาย แต่เข้าใจไปเองว่า การที่ไม่มีแฟน หรือไม่มีใครให้คุย(แบบกิ๊ก) มันจะเหงานะ

ก็เพราะว่ากลัวการอยู่คนเดียวเหลือเกิน ก็เลยพยายามเกาะใครสักคนเอาไว้ 

พยายามเอาตัวเอง แทรกเข้าไปอยู่ท่ามกลางคนมากมาย 

พยายามแสวงหาความรักจากคนรอบข้าง

เพียงเพราะว่ากลัวจะต้องอยู่คนเดียว กลัวว่าจะเหงา

ก็เพราะเราคิดไปว่า เราจะต้องเหงา ถ้าเราอยู่คนเดียว

แต่แล้วพอวันหนึ่ง เราหันกลับมามอง..

เรากลับหาตัวเองไม่เจอ

คนรอบข้างก็เหมือนเป็นแค่ภาพลวงตา

นี่เราอยู่ที่ไหน?

เราต้องการอะไรกันแน่

การอยู่คนเดียว มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมจะอยู่ไม่ได้ เพื่อนก็มีมากมาย พ่อแม่ก็มี

ความรัก ถ้ายิ่งแสวงหา มันก็ยิ่งไม่เจอ

 

 

คิดว่าถึงเวลาแล้ว

ที่เราจะรักตัวเองให้มากกว่านี้ ทำเพื่อตัวเองให้มากกว่านี้

และมีความสุขกับการอยู่คนเดียวซะที

 

รักทางไกล

posted on 11 Mar 2009 08:23 by momoocha-lover  in love

ความจำสั้น แต่รักฉันยาว

วันก่อนน้องชายไปดูหนังเรื่องนี้มา แล้วก็มากระตุ้นต่อมความอยากของเรา ว่าเป็นหนังที่ทำดีมาก บ่อน้ำตาแตกตลอดเรื่อง บลา ๆ

เมื่อวานก็เลยไปดูซะ บ่อน้ำตาแตกจริง ๆ ด้วยค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกประทับใจสุด ๆ แต่ว่าเป็นหนังที่ไม่ทำให้รู้สึกเสียดายเงิน เหมือนหนังไทยเรื่องอื่น ๆ ที่เคยไปดูมา (เพราะมันไม่ติสต์แตกจนเกินไป)

พอดูแล้วก็ได้ข้อคิดอะไรเยอะมาก ๆ จากหนักเรื่องนี้ ข้อคิดเกี่ยวกับความรักที่ใครหลาย ๆ คนชอบนักชอบหนา ทั้ง ๆ ก็รู้อยู่แก่ใจนั่นแหละ

(ต่อไปนี้ไม่มีสปอยหนังค่ะไม่ต้องห่วง)

ทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับความรักแบบทุ่มเทหมดใจ

รักที่ให้กันด้วยความเข้าใจ

ยอมปล่อยไปเพราะเข้าใจ

ยอมปล่อยไปเพราะรัก

และการเสียสละ

รักทางไกล

พูดถึงรักทางไกล เพื่อน ๆ หลายคนชอบบอกว่า รักทางไกลอะเป็นไปไม่ได้หรอก การที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ลำบาก กลัวใจตัวเองจะเจอคนที่ดีกว่า (ทั้ง ๆ ที่อยู่ด้วยกัน ก็มีสิทธิ์ที่จะเจอคนที่ดีกว่าเสมอ เหมือนกัน ถ้ายังไม่พอซักที)

เราก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเสียความรักที่เชื่อมาตลอดสี่ปี ให้กับระยะทาง แต่ว่าก็ยังไม่เคยคิดว่ารักทางไกลจะเป็นไปไม่ได้

เพราะกว่าคนเราจะรักใคร คิดจะคบกับใครแล้ว หลัก ๆ คงไม่ได้อยู่แค่ว่า ฉันได้จับมือเธอ มองหน้าเธอ เดินเที่ยวกับเธอ แน่ ๆ

ความรักไม่ได้มีแค่นั้น แต่มันคือการหา คู่ชีวิต

คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่คนที่ต้องเจอหน้ากันทุกวัน เดินเที่ยวด้วยกันทุกอาทิตย์ ดูหนังด้วยกันเวลาอยากดู อันนั้นเค้าเรียกว่า แฟน ค่ะ

แต่คนที่จะเป็นคู่ชีวิต คือคนที่ไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหน ก็คิดถึงกัน จริงใจ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ต่อกัน พยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ รอวันที่จะได้เจอกันอีก
เราเลยเชื่อไปง่าย ๆ ว่ารักทางไกลมันก็ต้องเป็นไปได้สิ ถ้าคน คนนั้นเป็นคู่ของเราจริง ๆ รักเราจริง ๆ

ดีซะอีก เวลาคุยกันสั้นลง เจอกันน้อยลง จะได้คุยกันแต่เรื่องดี ๆ เพราะต่างก็รู้ว่าไม่ได้คุยกันได้บ่อยนัก เวลาได้เจอกันแต่ละทีก็ทำให้มันเป็นเวลาที่ดี ไม่งอนไร้สาระให้เสียเวลา

แถมยังเป็นการทดสอบความเชื่อใจกันเป็นอย่างดี

แล้วทุกคนล่ะคะ เชื่อในรักทางไกลกันหรือเปล่า?

 

edit @ 11 Mar 2009 08:49:28 by momoocha

ปราสาททราย

posted on 16 Jan 2009 08:35 by momoocha-lover  in love

สืบเนื่องมาจากช่วงนี้กำลังชอบฟังเพลงรัก ๆ และก็ได้ไปอ่านบล็อกของอิงที่เกี่ยวกับความรัก ก็เลยเกิดอารมณ์เปลี่ยวอยากเขียนอะไรแนว ๆ นี้ ขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ ไม่ได้อยู่ในมู้ดสักเท่าไหร่

ความรักนี่เป็นอะไรที่มนุษย์ทุกเพศทุกวัยต้องประสบพบเจอจริง ๆ เพลงทั้งหลายที่ทำออกมาในตลาดก็มีแต่เรื่องเกี่ยวกับ รัก ๆ อกหัก ทั้งนั้น.. ฉันเองก็เจ็บมาไม่ใช่น้อยกับความรักที่มันหักหลังเรา หรือรักที่ให้ไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ

ณ เวลานี้ มองย้อนกลับไปเห็นตัวเอง กำลังร้องไห้จะเป็นจะตายในวันนั้น กินไม่ได้นอนไม่หลับ.. เพราะความรัก

แล้วก็นึกหัวเราะขึ้นมา..

นี่ฉันชินชากับมันแล้วหรือไงนะ

. . .

หลาย ๆ คน มักจะพูดว่า ผู้ชายที่หักอกเรา ผู้ชายที่ทิ้งเราไป หรือแฟนเก่า ยากนักที่จะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม

สำหรับฉันมันไม่ใช่เรืื่องยาก ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ใจฉันออกห่างมาแล้ว หมดความเชื่อมั่นในความรักของเราทั้งสองคนแล้ว เจอกันอีกกี่ทีก็เหมือนเดิม

เืมื่อความสัมพันธ์จบลง น้ำตาที่เสียไปก็เหมือนซื้ออะไรให้กับชีวิต ฉันโตขึ้นแน่นอน

หลาย ๆ ทีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีความรักอยู่
แต่นั่นคงเป็นแค่บรรยากาศอะไรพาไป หลงแค่ชั่วขณะนั้น

เวลาฟังเพลงรัก แล้วขอแค่มีคนให้คิดถึง.. ก็พาลคิดไปว่า ฉันกำลังมีความรักกับคนคนนั้น

จริง ๆ แล้ว มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้

. . . . 

ประมาณห้าหกเดือนที่แล้วได้มั้ง ฉันไปติดใจเพลงเศร้าเพลงหนึ่งจากเว็บของ คน ๆ หนึ่งมา

ฟังแล้วมันซึ้งจริง ๆ ตั้งแต่ช่วงอกหักจากนาโอะ เพลงนี้เปิดฟังกี่ร้อยรอบก็โดน..
สิ่งที่สร้างสมมาเป็นปี พังลงไปต่อหน้าต่อตา

ณ วันนี้.. ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะโหยหาเพลงนี้อีกครั้ง
โดยที่เปลี่ยนคนเป็นอีกคน เป็นคนที่ทำให้ฉันได้รู้จักเพลงนั้นขึ้นมา

ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่ความรัก..
แล้วทำไม ณ วันนี้มันเจ็บขนาดนี้ล่ะ?

ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม

ฉันพอได้แล้วหรือยังนะ..

เพราะเมื่อไหร่ ที่เราคิดอยากจะเริ่มอะไัรกับใคร..
มันก็พังลงไปง่าย ๆ แบบนี้ทุกที

พอซะที ได้ไหมนะ?

 

 

 

โอกาสที่จะรู้จักกัน

posted on 08 Sep 2008 07:13 by momoocha-lover  in love

ว่าจะไม่เขียนเกี่ยวกับความรักอีกสักพัก แต่ว่าพอดีเมื่อวานได้ฟังอะไรมาจากน้องชายแล้วค่อนข้างชอบ ก็เลยอยากเอามาลง

นับตั้งแต่วันนั้นเราก็ไม่ได้รับโทรศัพท์เค้าอีกเลย ซึ่งเค้าก็โทรมาทุกระยะ ทุกสองชม. ส่งเมสเสจมาบ้าง และอื่นๆ

ตกกลางคืนเห็นน้องชายตัวดีออนไลน์เลยถามมันว่า

เรา:   ถ้าเทอโดนแบบที่เรากำลังทำกับนาโอะเธอจะเป็นไง จะโกรธเรามั้ย

น้อง: ทำแบบนี้ถูกแล้ว เค้าไม่ให้เกียรติเราเอง ควรจะได้รับผลกรรมจากสิ่งที่ตัวเองก่อน ไม่งั้นจะได้ใจ

เรา:   แล้วสักวันจะกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกได้ไหม

น้อง:  นี่คือสิ่งที่จะทำให้เสียความรู้สึก เพราะเราเป็นคนดีเราเลยมองโลกในแง่ดี คิดว่าเค้าจะกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกในอนาคต ผิด..
โลกนี้มีคน 5000 000 000 คน คิดดูว่า 1/ 5000 000 000 มันน้อยมากๆ เรามีโอกาสที่จะรู้จักคนทั้งโลกก็ได้นะ

น้อง:  แต่ที่เราคิดว่ามันโอกาสมากเพราะเรามองแค่จากจำนวนเพื่อนที่เรามี เช่น 1/200

เรา:    เออ แฮะ

น้อง:  ถ้าเค้าจะโกรธ หรือจะไม่โกรธที่เราทำแบบนี้ในตอนนี้ แล้วอนาคตจะคุยกันอีกได้ไหม อันนั้นเป็นสิทธของเขา วันนี้เราเลือกที่จะปิดประตูบานนี้ออกไป แต่ถ้าสักวัน เราเลือกที่จะเปิดประตูที่เขียนว่า เพื่อน ให้เค้า

น้อง:  ก็เป็นสิทธิของเค้า ที่เค้าจะเลือกเดินเข้ามา หรือจะไม่เข้ามา..

ก็จริงของน้องชายแฮะ.. ณ วันนี้ที่เราเลือกจะเดินออกไป ก็ไม่ต้องไปคิดว่าจะเจอกันอีกไหม จะคุยกันอีกไหม.. คนแค่หนึ่งในห้าล้าน ตัดออกไปหนึ่งคนมันไม่ตายหรอก.. ถ้าฟ้าเป็นใจ สักวันก็คงให้กลับมาคุยกันเป็นเพื่อนอีกได้ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้..

เกลียดก็ไม่ได้เกลียดอะไรนาโอะหรอกนะ แค่ไม่ได้อยากคุยแล้ว..

สักวันคงทำใจเป็นเพื่อนกันธรรมดาได้ละมั้ง

วันที่สาม

posted on 04 Sep 2008 08:25 by momoocha-lover  in love

เช้านี้ตื่นมาก็ชิลๆ เฉยๆ ง่วงๆอีกต่ะหากเพราะว่าเมื่อคืนนอนตั้งตีสี่ มัวแต่อ่านบล้อกเก่าๆเพลินๆ เหมือนนั่งเรือทวนกระแสเวลา อ่านไปก็ยิ้มไป นี่เราเขียนได้เยอะขนาดนี้เลยนะ..

ไหนๆก็เขียนขึ้นมาแล้ว เราจะไม่โกหกอะไรกับบล้อกอันนี้

เมื่อวานเราเผลอรับโทรศัพท์เค้าตอนกลางคืนด้วย.. ชิ บอกตรงๆว่าไม่ได้มีแพลนจะรับเลย โทรมาทั้งวันพึ่งจะรับก็คราวนี้ MSN, Skype, GTalk ก็บล้อค และดีลีทไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องราวที่คุยก็งั้นๆ ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกว่าเสียเวลา..​ผู้ชายคนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เค้าโทรมาก็เพราะแค่ ผมอยากคุย..

ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเบบี๋ที่ร้องไห้เพราะเกิดความอยาก อยากกิน อยากเล่น อยากนอน..

แค่นี้ก็ตอบคำถามว่า ไม่เข้าใจจริงๆว่าเค้าจะโทรมาทำไม ในเมื่อเราก็บอกไปแล้วว่าอย่าโทรมาอีก 
ก็เพราะผมอยากคุยไง (ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไงก็ช่าง..) .. 

คุยได้ไม่ถึง 5 นาทีอิงก็มาเคาะ เราก็เลยขอตัววางไป แล้วก็ขี้เกียจที่จะโทรกลับอีกเลยนับแต่นั้น.. อืม เสียเวลาอะ เรายังมีอย่างอื่นที่ต้องทำอีกมากมาย(คือการอ่านบล้อกเก่าๆของตัวเองถึงตีสี่) ซึ่งทำไมดูๆแล้วมันสำคัญกว่าโทรศัพท์คุยกับเค้า หรือแช็ทกับเค้าด้วยซ้ำ ก็เลยบล้อกและดีลีทต่อไป ไว้ว่างๆค่อยคุยละกัน (ไม่รู้เมื่อไหร่)

แล้วเมื่อวาน น้ำตาก็ไม่ได้ไหลอีกแม้แต่หยดเดียว และก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากร้องไห้ด้วยสิ

เอนทรี่หน้าอาจจะไม่เขียนเรื่องความรักแล้วก็ได้ ด้วยความที่เริ่มจะไม่มีเรื่องจะเขียน อารมณ์พีคๆจบไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 4 Sep 2008 08:37:18 by momoocha

เช้าวันที่สองกับการตัดใจ

เมื่อวานยอมรับว่าหนักเหมือนกัน ถึงแม้ว่าตอนกลางวันจะดูเหมือนสบายดี จริงๆก็ไม่ค่อยเพราะว่าวันก่อนหน้านอนประมาณตีสี่ตีห้า ตาก็บวมๆเพราะร้องไห้หนักๆ ไปแล็บด้วยความรู้สึกที่เสียใจ เศร้าใจ ไม่รู้จะทำยังไง 

โทรศัพท์จากเค้าที่เข้ามาเป็นระยะ เราก็เลือกที่จะไม่รับเลย

แต่สุดท้าย ประมาณบ่ายสองโมง ดันตอบใน GTalk ไปซะได้..ก็เลยคุยในเอ็มสักนิดนึงละกัน..

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็เลยรับโทรศัพท์หลังจากนั้น รับไปก็ยิ่งทรมานตัวเองกับความรู้สึกที่ว่า เค้าไม่มีทางที่จะเปลี่ยนใจ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่จะทำเย็นชา แล้วขอให้เค้าไม่ติดต่อมาอีก..เสียงเค้าที่เศร้ามาก ทำให้น้ำตาที่เหมือนจะแห้งไปแล้วของเรากลับมาชื้นขึ้นได้อีกครั้ง..แล้วสักวัน เราคงจะได้คุยกัน.. เค้าพูดแค่นี้แล้ววางสายไป

ตอนเย็นกลับบ้านมาด้วยความรู้สึกที่โหวงๆ ไม่มีอีกแล้วโทรศัพท์ให้เราไม่รับสาย ไม่มีข้อความใดๆส่งมาอีกต่อไป
เดินผ่านร้านอะไรที่เคยไปด้วยกัน ก็พาลคิดถึง มันหวนกลับมาตลอดเลยเนอะ

มันจบแล้วสินะ

เปิดประตูเข้าห้องนอนแล้วน้ำตาไหล อยู่แบบมืดๆคนเดียว นั่งร้องไห้

เพื่อนที่อยู่หอเดียวกัน (อิง) เข้ามาหาพอดี แล้วเล่าเรื่องเพื่อนคนอื่นๆ ว่าเจอแบบไหนมาบ้างให้ฟัง พยายามจะปลอบ แล้วพยายามจะพูดเพื่อให้เราตัดใจ และลืมผู้ชายแบบนั้นไป..

อิงบอกว่า ชีวิตของผู้หญิงทุกคน อย่างน้อยจะต้องเจอเรื่องแบบนี้เข้าสักครั้ง.. เรื่องแบบนี้ก็คือ การที่โดนใครสักคนหลอก แย่ตรงที่เรามันอ่อนต่อโลก ใครพูดอะไรก็เชื่อ เป็นพวก influence ง่าย ใครพูดอะไรก็ไปตามเค้าหมด.. ยอมรับเลยข้อนี้

แล้วก็ได้คุยกับมะม้านิดหน่อย น้ำตาพรั่งพรูทั้งๆที่ไม่รู้ว่าร้องเรื่องอะไร เป็นแบบนี้ทุกทีสินะเรา.. มะม้าตกใจ แต่ก็บอกมะม้าว่า เราแค่อยากร้องไห้ออกมาเฉยๆ ดีกว่าเก็บเอาไว้ มะม้าพูดมาว่าแบบนี้

ลูกรักใคร พ่อแม่รักด้วยเสมอ แต่วันไหนที่ลูกรู้สึกว่าไม่อยากจะรัก ไม่อยากจะชอบ พ่อแม่ก็ไม่ฝืน การที่มะม้าบอกว่าเค้าดูดี มะม้ามองแค่ภายนอกได้เท่านั้น เรื่องของจิตใจเป็นเรื่องของคนสองคนต้องไปเรียนรู้กันเอง

ถ้าหากว่าวันนึง ลูกเดินมาบอกมะม้าว่า ยังไงลูกก็รักเขา คิดดีแล้ว ยอมแม้จะเป็นชู้ เป็นกิ๊ก เป็นเมียน้อย ะม้าก็คงจะห้ามอะไรลูกไม่ได้ เพราะมันเป็นความสุขของลูก

แต่ว่า ณ วันนี้ ลูกไม่ได้เป็นไปถึงขนาดนั้น เราออกมาเถอะ ชีวิตเรามีค่ามากกว่านั้น อย่าอยู่เพื่อให้ใครเหยียบย่ำเลย

พอคุยกับมะม้าแล้วก็รู้สึกเหมือนตาจะสว่างขึ้น จากที่เคยเชื่อเสมอมาว่า นาโอะไม่ได้หลอกเรา ไม่ได้เลวอะไร.. แต่เริ่มจะรู้สึกนิดๆแล้วว่า เอ๊ะนี่เราเองก็ไม่ต่างกับโดนหลอกเลยนี่หน่า ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

แล้วคืนนั้น น้ำตาของฉัน ก็ไม่ไหลออกมาอีกเลย.. คุยกับเพื่อนๆ แล้วก็นอนหลับได้ตามปกติ
ตื่นมา ตาก็ไม่บวมแล้ว..

ถึงแม้วันนี้อาจจะต้องร้องไห้อีกครั้ง แต่ความเจ็บจะต้องน้อยลงกว่าเมื่อวานแน่นอน

 

 

 

เช้าวันใหม่ วันที่หนึ่ง

posted on 02 Sep 2008 08:03 by momoocha-lover  in love

หลังจากตัดสินใจที่จะตัดเค้าออกไปจากชีวิต

แน่นอนสิ่งแรกที่เกิดขึ้นกับเราคือ เสียน้ำตา.. ร้องไห้มันไปเลย ร้องจนไม่มีน้ำตาให้เหลือจะร้องอีกแล้ว
ความรักที่เสียไปพร้อมกับน้ำตา

พอร้องจนไม่รู้จะร้องอะไรแล้ว สมองก็คิดโน่นคิดนี่เต็มไปหมด คิดไปว่า เราทำถูกแล้วรึเปล่านะ เราจะเสียใจทีหลังมั้ยนะ

แต่แปลกนะ ยิ่งคิด คำตอบมันก็ยิ่งชัดเจน

ครั้งนี้ ฉันไม่ได้ตัดเค้า เพราะเพื่อนๆเชียร์ หรือว่าเพราะเค้าเลวแต่อย่างไร.. ไม่ใช่เพราะเค้าไม่รัก ไม่แสดงความรักให้ฉันเห็น..
ฉันไม่ได้ตัดเค้า เพื่อให้เค้าไปมีความสุขกับแฟนเก่าเค้า เป็นแม่พระหรืออะไร ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน
ฉันทำไปทุกอย่าง เพราะฉันรับตัวเองไม่ได้ ให้เป็นกิ๊ก เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต่างกับกิ๊กแบบนี้ ยังไงก็รับไม่ได้จริงๆ

ฉันมีศักดิ์ศรีมากมายกว่านั้น..​

โทรศัพท์จากเค้าก็เข้ามาแบบไม่ขาดสาย ทั้งตอนกลางคืน ตอนเช้าวันนี้ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่รับ เมสเสจเข้ามาหนึ่งอัน ที่ฉันเลือกที่จะยื่นให้เพื่อน ให้เพื่อนอ่านแล้วลบทิ้งแทนทันที

แต่สุดท้ายฉันก็อดที่จะถามเพื่อนไม่ได้ว่า ใจความในข้อความที่เค้าส่งมาคืออะไร ใจลึกๆบอกตรงๆ ยังหวังว่าเค้าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงเรากลับไป.. แต่เปล่าเลย เค้าไม่ได้ทำ

นั่นยิ่งง่ายขึ้นอีก สุดท้ายก็นอนหลับได้ทั้งๆที่ตาบวมๆ ตอนตีห้า

แล้วเมื่อเช้า 10 โมงก็ตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ดัง ก็เค้าอีกนั่นแหละ.. ไม่รับ ไม่รับ บอกกับตัวเอง

วันนี้ต้องไปมหาลัย ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปเพราะเซนเซเรียกตัว 

พอได้แล้วล่ะ

posted on 01 Sep 2008 14:53 by momoocha-lover  in love
ที่รัก...
ฉันไม่เคยเรียกใครด้วยคำๆนี้ ไม่ว่าฉันจะมีแฟนมากี่คนก็ตาม
เพราะเชื่อเสมอว่า ความรักไม่จำเป็นต้องมานั่งแสดงออก แม้กระทั่งคำว่ารัก ก็ยังพูดไม่ค่อยเต็มปากในแต่ละครั้ง

ไม่แน่นะ อาจจะเพราะฉันไม่เคยรักใครก็ได้..

ด้วยความที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ ได้รับความรักเต็มเปี่ยมจากทั้งพ่อและแม่ตลอดเวลา
ฉันไม่เคยจะโหยหาใครมารัก หรือหาสิ่งเติมเต็มในชีวิตแต่อย่างใด

แต่เมื่อวันหนึ่ง ใครสักคนเดินเข้ามา หยิบยื่นความรักที่ไม่ใช่รักแบบพ่อแม่ให้กับฉันด้วยความจริงใจ และจริงจัง ฉันก็พร้อมที่จะยื่นตอบให้เขาเช่นกัน
ณ วันนี้ เมื่อฉันหยิบยื่นความรักให้กับเธอก่อน.. มันคือการเสี่ยงว่าจะได้รับรักตอบหรือไม่ บอกตรงๆว่าฉันไม่เคยคิดว่าจะมาถึงวันนี้ ที่เราทั้งสองคนเป็นถึงขนาดนี้ด้วยซ้ำ

ที่รัก..
ฉันไม่เคยเรียกคำๆนี้กับเธอ และไม่คิดจะเรียกออกมาเป็นคำพูด เพราะทุกอย่างช่างดูเร็วเกินไปเหลือเกิน
แต่ว่าวันนี้ขอเขียนออกมา และขอเรียกเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเถอะนะ

การที่ได้รู้จักกับเธอ ทำให้ชีวิตฉันตื่นเต้นมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ฉันเปลี่ยนแปลงแบบเห็นได้ชัดก็คือ ฉันเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ
ไม่ว่าใครรอบข้างจะพูดว่าอย่างไร ฉันก็ยังคงเชื่อลึกๆ ว่าสิ่งที่เธอพูดทั้งหมด ความรู้สึกทั้งหมดคือความจริง จนถึงวันนี้ ความเชื่อก็ยังไม่ค่อยลดลง

ที่รัก..
ถ้าหากว่าเธอมีใครคนนั้นที่เธอไม่อาจแยกออกมาจากชีวิตเขา ไม่ว่าจะเพราะเธอไม่อยากจะตัด หรือเพราะเค้ารั้งเธอไว้
ณ ตรงนี้.. ขอดูแค่ผลที่ออกมาละกัน ก็คือยังไงเธอก็คู่กับเค้า

ฉันก็เหมือนคนที่แค่เดินผ่านเข้ามา ที่ครั้งหนึ่ง เธอเคยเรียกร้องให้ช่วย เคยทำให้เธอรู้สึกอยากจะออกมาจากที่แห่งนั้น เธออาจจะมีความสุขเวลาอยู่กับฉัน
แต่พอเธอพยายามจะออกมาแล้ว เธอพบว่าเธอออกมาจากที่ตรงนั้นไม่ได้

สุดท้าย คนที่ผ่านมาแบบฉัน ก็คงจะต้องผ่านไป..

ไม่ว่าเธอจะพูดว่า เธอยังไม่ได้กลับไปคบกับเขา ยังดูใจกันอยู่.. ไม่ว่าเธอจะชอบฉันมากแค่ไหน เธอจะมีความสุขมากแค่ไหนเวลาที่อยู่กับฉัน
แต่ผลก็ออกมาเหมือนกัน คือ ไม่คบกับเขาไม่ได้ สุดท้ายแล้ว.. ถ้าเธอจะต้องคบกับใคร ก็ต้องเป็นเขาเท่านั้นอยู่ดี

เพราะว่าชีวิตคนเรา บ่อยครั้งนักที่อยู่ได้ด้วยความหวัง
ฉันยอมรับว่าลึกๆ หวังในใจเสมอ ว่าอาจจะเป็นไปได้นะ ระหว่างเรา
ยอมรับว่าบางที ก็นึกภาพอนาคตของเราออก
นี่คือสาเหตุหลักๆ ละมั้ง ที่ฉันก็ยังคงคุยกับเธอแบบนี้ ยังคงมีความรู้สึกให้เธอแบบนี้ตลอดมา

ณ วันนี้ ฉันได้เรียนรู้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ
การที่คนเราไม่สามารถตัดอีกฝ่ายออกไปจากชีวิตได้.. เป็นเพราะว่ายังมีความหวังว่าลึกๆ จะมีโอกาสกลับมาคบกัน
ก็เหมือนกับเค้าน่ะแหละ และก็เหมือนกันเธอด้วยนะ
ตอนนี้ความหวังหมดไปแล้ว มันไม่มีโอกาสอะไรอีก จริงๆแล้ว ฉันน่าจะรู้มาตั้งนาน ว่ามันไม่มีโอกาสตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่เธอเดินมาบอกว่า เธอตัดเค้าออกไปไม่ได้

ที่ฉันขอให้เธอบอกเค้าเรื่องฉัน จะได้แฟร์ๆต่อกัน ถ้าจะดูทั้งคู่ คนทั้งคู่ก็ควรจะรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังดูทั้งสองคนอยู่ ไม่ใช่ให้เค้าเข้าใจว่ามีเค้าคนเดียว..
แต่คำตอบที่เธอให้มาคือ เธอยอมที่จะตัดฉันออกไปจากชีวิตของเธอ เพื่อจะได้ไม่ต้องบอกเขาเรื่องของฉัน

แม้แต่เด็กไร้เดียงสา ฟังเรื่องนี้ก็คงเข้าใจว่า ฉันอยู่ในสถานะอะไรในตอนนี้

ยิ้มหวานๆให้กับความโง่ของตัวเองอีกหนึ่งที คนเราโง่ได้ถึงขนาดนี้เลยเนอะ ดีเหมือนกัน
เพราะอย่างน้อยวันนี้ ฉันก็ได้รู้ว่า คำพูดมันก็แค่ลมปาก ที่วัดอะไรไม่ได้กับการกระทำเลย

ที่รัก..

ฉันอาจจะเด็กเกินไปก็ได้
 - เลยไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่สมัยนี้เค้าคิดกันยังไง..
 - เลยคิดตื้นๆเอาว่า คำว่า ไม่ได้คบอยู่ หมายถึง ไม่ได้เป็นแฟน
 - เลยเข้าใจเอาเองว่า ไม่ได้เป็นแฟน หมายถึง โสด คือไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน
 - ที่เข้าใจความหมายของคำว่าโสด ว่า.. ไม่ได้มีใคร และมองใครๆก็ได้
 - ที่เชื่อว่าการที่กระทำเหมือนคนที่ชอบกัน รักกัน และย้ำหนักแน่นว่า.. ไม่ใช่กิ๊ก.. คือคนที่กำลังดูๆกันอยู่ เพื่อจะเป็นแฟนกันได้ในอนาคต
 - ที่ยอมแม้จะรู้ว่าเธอกำลังดูทั้งคู่อยู่..

จริงๆแล้ว ฉันคงจะเข้าใจความหมายของคำทั้งหมดผิดไป..
ถ้าหากว่ารักแบบผู้ใหญ่ ก็คือเธอคบฉัน ทำดีกับฉัน ไปไหนด้วยกันเหมือนคนที่ดูๆกัน คนที่ชอบๆกัน.. แต่เธอก็มีเขา และเขาไม่รู้เรื่องของฉัน และรู้เรื่องของฉันไม่ได้..

ฉันคงจะไม่เป็นผู้ใหญ่จริงๆ และคงจะไม่เหมาะกับเธอหรอกนะ

แนะนำตัว

posted on 01 Sep 2008 07:48 by momoocha-lover  in love
ไม่อยากจะนับ ว่านี่คือบล้อกที่เท่าไหร่ที่เริ่มเขียนมา

รู้แค่ว่าต้องเขียนแล้ว คราวนี้ต้องหนีไปเขียนในที่ๆ ไม่มีใครรู้จักว่าเราคือใคร และไม่รู้จักคนที่เราจะเขียนถึง
เพราะถ้าอยู่แบบนี้ ก็คงจะบ้าตายสักวัน.. กับความรักบ้าๆของเราแบบนี้

ตอน นี้อยู่ที่โตเกียวค่ะ มาเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ มาได้ไม่กี่เดือนเองแหละ แต่ว่าด้วยความที่ภาษาญี่ปุ่นก็พอจะได้อยู่แล้ว เพื่อนๆก็มีพอสมควร ชีวิตที่นี่เลยไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่นัก
เรื่องเรียน ลำบากแค่ไหน หรือจะสู้ปัญหาหัวใจ เนอะ.. ขอระบายเลยดีกว่า ไหนๆก็เขียนเพื่อระบายอยู่แล้ว

ก่อน ที่จะมาเรียนที่นี่ ก็มีคุยๆกับผู้ชายคนนึง (เรียกว่า นาโอะ ละกัน) แบบประมาณว่าชอบๆ ด้วยความที่เราก็ชอบเค้าก่อนเป็นทุนเดิม ก็เลยยิ่งมีความสุข นับวันรอจะได้มาเรียน เพราะอยู่ประเทศเดียวกันอีกต่ะหาก.. ก่อนมาพ่อแม่เราก็เจอเค้าหลายครั้ง เค้าก็ไปหาเราที่บ้าน แล้วเราก็เจอพ่อแม่เค้าแล้ว

ทุก อย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี มีแค่ตัวแปรเดียวที่มาเปลี่ยนทุกอย่างคือ คุณแฟนเก่าของนาโอะ ที่ทำยังไง ก็ไม่ยอมจะปล่อยให้นาโอะไปมีแฟนใหม่ เพราะก่อนหน้านี้นาโอะไม่เคยมีใครมานาน หลังจากเลิกกับแฟนเก่าคนนี้ หรือนั่นก็คือเป็นแค่สิ่งที่เรารับรู้จากนาโอะเสมอมา.. แต่ว่าตอนนั้น นาโอะก็สัญญากับเราซะดิบดี ว่าจะเลิก จะตัดขาดให้เรียบร้อย แล้วเราก็จะมาคบกัน เรื่องจะแฮปปี้..

แต่ใน ความเป็นจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น นาโอะไม่สามารถที่จะตัดแฟนเก่าออกไปได้ ไม่ว่าจะเพราะว่ายังรักอยู่ หรือว่าแฟนเก่าวีนจัดๆ หรือจะอะไรก็ช่าง.. สุดท้าย นาโอะก็มาสารภาพกับเราว่า เค้าไม่สามารถที่จะคบกับเราได้แล้ว เพราะเค้าเคลียร์กับแฟนเก่า ตามที่สัญญากับเราไม่ได้

ร้องไห้ เสียใจให้พอ ตอนนั้นตั้งใจว่าจะตัด ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่เป็นไร ถึงแม้ว่าเราจะชอบเค้ามากๆ เราก็คงจะต้องปล่อยไป ตอนนั้นมีความเห็นมากมายจากเพื่อนหลายคนที่นี่ ทุกความเห็นสรุปเหมือนกันว่า นาโอะเลว.. บางคนบอกเราว่า นาโอะอาจจะไม่เคยเลิกกับแฟนเก่าเลยก็ได้ คบอยู่ตลอด แล้วก็มาหลอกเรา.. ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน

แต่ไม่รู้ ว่าทำไม เราไม่เคยคิดแม้สักครั้งว่าเค้าเลว อาจจะตามที่ทุกคนบอกว่า ความรักทำให้คนตาบอด บลาๆ และอื่นๆ แต่ไอ้จะให้เราไปรั้งเค้า ร้องไห้กอดขาอย่าไปนะๆ มาคบกับเราเถอะ เราก็ไม่ทำ และไม่คิดจะทำด้วย.. ถึงจุดนี้ เพื่อนรักบอกเราว่า เป็นเพราะเราไม่ได้รักเค้าขนาดนั้น จริงเหรอเนี่ย

แต่ว่าเวลาก็ผ่านไป โดยที่นาโอะก็ยังคงติดต่อเราเป็นระยะๆ ถึงแม้ว่าแรกๆ จะหายๆไป วันสองวัน แต่หลังๆก็เหมือนขาดกันไม่ได้ ก็คุยกันทุกวันอีก เจอกันประจำ แต่ทุกครั้ง เราก็จะนึกในใจเสมอว่า เค้าตัดสินใจเลือกคนอื่นไปแล้วนะ.. ถึงแม้ว่านาโอะจะพูดเสมอว่า เค้ายังไม่ได้ตกลงคบกับแฟนเก่าเค้า แต่เค้าไม่สามารถตัดแฟนเก่าออกไปได้ เค้าก็ไม่มีสิทธิที่จะรั้งเราเอาไว้เหมือนกัน แต่เค้าชอบเรามากนะ
เราถามเค้าทุกครั้ง นี่คือมองเราเป็นกิ๊กรึเปล่า เบอร์สองงั้นเหรอ.. เค้าก็ตอบมาทุกครั้งว่าไม่ใช่ ไม่เคยคิดแบบนั้นแม้แต่ครั้งเดียว

ถึงตรงนี้ ใครที่อ่านมาก็อาจจะคิดว่าเราโง่มาก โดนผู้ชายหลอกชัวร์ๆ เหมือนที่เพื่อนๆทุกคนเฝ้าบอกเราเรื่อยมา
แต่ คนนอกมองเข้ามามันมองง่าย ไม่ว่าจะพูดแค่ไหน เราจะพยายามแค่ไหน เราที่เป็นคนใน.. ทำไม่ได้ จะให้เราตีตัวออกมาห่างจากเค้าทันที หรือให้ตัดออกไปเลย พยายามแล้วแต่ก็ทำไม่ได้

น่า จะเพราะว่า เค้าไม่ได้ทำอะไรให้เราเสียใจ และคำพูดเค้า เราเชื่อหมดทุกคำ.. สิ่งที่เราสรุปได้ตลอดมาคือ นาโอะเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากๆ คนหนึ่ง.. อยากจะรับเอาทั้งความสุขในชีวิต และก็ไม่อยากตกเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องทำให้ใครเจ็บปวด ก็เลยไม่ทิ้งใครก่อน รอแค่ให้ผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง ยอมเดินออกไปจากชีวิตของเค้า แล้วก็อยู่กับคนที่เหลือ

ตอน นี้ เราว่าเรากำลังพยายามที่จะเดินออกไปนะ แต่มันก็ไม่ง่ายจริงๆ เพราะยอมรับว่าคุยกับเค้าแล้วรู้สึกดีมากๆ หลักๆคงเพราะว่าชอบเค้าอยู่แล้วมากมาย ตั้งแต่นานมาแล้ว
ถึง แม้ว่าใจจะนึกสมเพชบางที ว่าทำไมผู้ชายคนนึ้เห็นแก่ตัวแบบนี้ คนแบบนี้เหรอที่เราอยากจะได้มาเป็นพ่อของลูกเรา.. แน่ใจเหรอว่า ต่อให้เป็นแฟนกับมัน มันจะไม่ทิ้งเราแล้วไปชอบคนอื่น
ตอบได้คำเดียวว่า ไม่แน่ใจ..

เพราะ ว่าความรัก มันเกี่ยวพันโดยตรงกับความรู้สึก ที่ไม่ต่างอะไรกับความหลง เหตุผลหายไปหมด ถ้าหากว่าใช้เหตุผลตัดสิน เราคงจะเดินออกจากชีวิตเค้าไปนานแล้ว
เหตุผลมันอาจจะยังไม่มากพอเท่าไหร่ก็ได้นะ ความเชื่อใจที่ยังคงอยู่ ทำให้เรายังคงอยู่ถึงปัจจุบันนี้

แต่ว่าวันนี้ มีตัวแปรอีกอย่างนึงเข้ามาทำให้เรารู้สึกว่า มันคงถึงเวลาที่เราจะเฟดออกแล้วล่ะ..
คำ ตอบมันบอกทุกอย่างอยู่แล้ว ไม่ว่านาโอะจะชอบใครก็ตาม ความรับผิดชอบ ทำให้เค้าควรที่จะต้องกลับไปคบกับแฟนเก่า.. เพราะคำๆนี้คำเดียวที่แฟนเก่าใช้รั้งเค้าเอาไว้..

ความรับผิดชอบ มันใหญ่หลวงยิ่งกว่า ความชอบ มากนัก..

edit @ 1 Sep 2008 08:24:58 by momoocha