diary
เค้กวันเกิด
posted on 24 Nov 2009 08:51 by momoocha-lover in diaryเนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนเกิด ของเจ้าของบล้อกค่ะ
ไปปาร์ตี้มาสองครั้ง (จัดรวมกะเพื่อนที่เกิดช่วงเดียวกัน) และก็กินกับคนพิเศษอีกครั้งนึง วันตรง
สรุปว่าจะหาเรืื่องอัพรูปของกินน่ะเอง อิอิ
cake จากอิซากายะ ร้านเหล้าที่พวกเราจัดปาร์ตี้วันเกิดกัน มีใส่ไฟเย็นมาให้ด้วย น่ารักมาก..
เค้กที่เพื่อน ๆ ซื้อให้ไปกินตอนไปคาราโอเกะไทย ของยี่ห้อเีดียวเลยคือทาคาโนะ อร่อยมากค่ะ

เค้กที่คุณแฟนซื้อให้.. อันนี้ซื้อจากโอโมเทะซันโดะ (อาโอยามะ) ขึ้นชื่อด้านของไฮโซ ๆ และขนม
หอมมาก ๆ

อันนี้ทำเองกะมือ ไปเรียนทำเค้กกะเพื่อนคนอินโดนีเซียและคนญี่ปุ่นมาค่ะ ที่ ABC Cooking Studio สนุกดี อิอิ
หาเรื่องอัพรูปขนมก็จบแต่เพียงเท่านี้ อิอิ
อัพให้รู้ว่ายังไม่ไปไหน..
posted on 12 Nov 2009 15:07 by momoocha-lover in diaryไปเที่ยวนิกโก้ เซ็นได และจังหวัดต่าง ๆ แถบโทโฮคุมาค่ะ
สนุกมาก หนาวมาก (อยู่ ๆ อุณหภูมิก็ดร็อปอย่างรวดเร็ว และตอนนี้กลับมาปกติแล้ว)
กลับมางานก็รอเต็มไปหมด พรีเซ้นท์ใหญ่ (ผ่านไปแล้ว วันแรกหลังจากกลับมาถึง) และงานวิจัยตัวเองที่ยังมีแต่ข้อบกพร่อง.. เง้อ
ดองรูปทริปไว้ก่อนเน้อ (ลืมเอามาอัพที่แล็บ - ว่าแต่ทำไมต้องอัพที่แล็บนะ?)
วันนี้ไปซื้อขนมที่สหกรณ์มา เจอคิทแค็ทออกใหม่อีกแล้ว แน่นอนว่าต้องซื้อมาลองชิม อิอิ

Royal Milk Tea นี่น่าจะมีทำมาตั้งนานแล้ว แต่เหมือนไม่เคยชิมแฮะ.. แพ็คเกจก็น่ารักดีค่ะ
ยังไม่ได้กินเรย อิอิ
มีแต่รูป อิอิ
posted on 24 Oct 2009 14:48 by momoocha-lover in diaryช่วงนี้นอกจากไปแล็บก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะไปนิกโก้ค่ะ ค่อยมาอัพยาว ๆ ทีเดียวดีกว่า
คราวนี้ขออัพแต่รูปเนอะ

วันก่อนไปกินลันช์เซ็ตที่คาเฟ่แถว ๆ บ้านมาค่ะ นี่ของเพื่อน เป็นข้าวห่อไข่และมีผัดหมูซอสเผ็ด ๆ ราด

ของเรา พาสต้าไส้กรอกนะโปลิ และก็กราแต็งฟักทองให้สมกับเทศกาลฮาโลวีน

ส่วนอันนี้ดูโฆษณาในทีวีแล้วอยากกินมาก ก็ไอติมโคนแช่แข็งธรรมด๊าธรรมดาน่ะเอง

โมนะกะ (ไอติมที่มีวัฟเฟิลห่ออยู่จะเรียกว่าโมนะกะค่ะ) ไส้ชาเขียวและถั่วแดงบด

แถมยังเป็นไอติมสำหรับควบคุมแคลอรี่ด้วยล่ะ

โกโก้ที่มีขายทุกที่ และดูเหมือนจะเป็นยี่ห้อเดียวที่หากินง่ายชะมัด (เริ่มเบื่อยี่ห้อนี้มาก ๆ แล้ว ทำไมไม่มีอันอื่นให้เลือกบ้างนะ)

ตอนนี้ลอว์สัน (ร้านสะดวกซื้อเหมือนเซเว่น) จัดเทศกาลสะสมสติกเกอร์แล้วมาแลกชาม รีแล็กคุมะ ต้องให้ได้ครบยี่สิบดวงค่ะ ของที่จะมีสติกเกอร์ให้ก็พวก หนมปัง แซนวิส ขนมแช่เย็นยี่ห้อลอว์สัน พ้อยน์จะได้ตามราคา ร้อยเยนก็หนึ่งดวง ประมาณนี้

วันก่อนไปกินสปาเก็ตตี้ที่ goemon ninnikuya 五右衛門 にんにくや ร้านจะเน้นการใช้กระเทียมเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารแทบทุกจานค่ะ ขนาดของหวานยังเป็นรูปนี้เลย (ตอนแรกดูในเมนูคิดว่ากระเทียมเผา) อร่อยมาก เพราะทำจากงาดำบด อ่ะ.. หาซื้อที่อื่นไม่ได้ด้วย

แถมท้ายด้วยอาหารกลางวันในคาเฟ่ที่มหาวิทยาลัย meiji 明治 ตอนออกไป workshop กับเซ็นเซค่ะ
Climate Change 2009
posted on 15 Oct 2009 11:25 by momoocha-lover in diary1..
ช่วงนี้ที่โตเกียวเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้วค่ะ
โทไดมีนโยบายว่าจะไม่เปิดฮีทเตอร์ (แต่ละตึกจะมีการคอนโทรลรวม เราจะปรับอะไรไม่ได้เลยนอกจากเปิดและปิด แอร์กับฮีทเตอร์มาจากที่เดียวกัน) จนกว่าจะเข้าเดือน พย. ค่ะ (ซึ่งหนาวมาก)
หน้าร้อนก็เหมือนกัน กว่าพี่แกจะเปิดแอร์ (แบบที่มีความเย็น) ออกมาให้ก็ต้องเกือบ ๆ กลางหน้าร้อนเข้าไปแล้วล่ะ
คิดว่าเป็นนโยบายประหยัดพลังงานของเค้า จะว่าดีก็ดี
แต่กลับกลายเป็นว่า
....
เพื่อนในแล็บเอาฮีทเตอร์แบบพกพา มาไว้ใช้ที่ขาตัวเอง
พร้อมกับพัดลมไอน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย
...
แล้วมันจะประหยัดพลังงานได้ไงเล่า เอิ้กก
2..
ประเทศนี้ดีอย่าง ที่คนใช้รถกันน้อยค่ะ (ในโตเกียว) เพราะเก็บค่าที่จอดแพง ๆ ไปเลย
ถ้าระยะหนึ่ง หรือสองกิโล ก็เดินกันเป็นเรื่องปกติ หรือไม่ก็ใช้รถบัส
บัสของญี่ปุ่นน่าชื่นชม ต่างกับเมืองไทยตรงที่ว่า มาตรงเวลาเป๊ะ ๆ
ที่มาตรงเวลาได้ เพราะว่าระยะทางที่วิ่งมันเป็นวงสั้น ๆ ค่ะ บัสไม่กี่คันก็รับคนได้หมด ไปรอรถบัสอย่างมากก็ 5 - 10 นาทีเดี๋ยวก็มีมาอีกคันนึงแล้ว สบายใจ ๆ
ถ้าจะไปที่ไกล ๆ หรอคะ ต่อเดียวถึงหายากค่ะ (หมายถึงบัสนะ)
คน ต้องหัดเดินเอง ไปต่อรถเอาเอง
การเปลี่ยนรถไฟหลาย ๆ ต่อ หรือเปลี่ยนไปต่อรถบัส เป็นเรื่องปกติมากสำหรับที่นี่
ในขณะที่ในประเทศไทย รถเมล์กว่าจะมาแต่ละที รอเป็นชม. หรือบางทีมาก็มาติด ๆ กันให้ปวดหัวเล่นซะงั้น คนก็รอไม่ไหว เรียกแท้กซี่ซะเลยถ้าเรียกได้
แล้วรถก็ติด.. ก็กลับเป็นวงจรอุบาทว์ ทำให้รถเมล์ก็ยิ่งมาสายเข้าไปอีก
แต่ก็เข้าใจค่ะ ประเทศเราเมืองร้อน ก็อยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรพอดีนี่เนอะ
ระยะทางมากมาย ถ้าลองเดินดู ในวันที่อากาศไม่ได้ร้อนมาก จะรู้สึกว่ามันไม่ได้ไกลอย่างที่คิดเลยค่ะ 
มาเดินกันเถอะ
edit @ 16 Oct 2009 12:25:44 by momoocha
ใต้ฝุ่นเข้าโตเกียว
posted on 08 Oct 2009 22:01 by momoocha-lover in diary
อืม จริง ๆ ก็ไม่เชิงว่าเข้าตรง ๆ หรอกค่ะ น่าจะโดนแค่หาง
วันนี้ใต้ฝุ่นเข้าญี่ปุ่นค่ะ โดนทั้งประเทศ แต่ศูนย์กลางจะอยู่เหนือโตเกียวไปหน่อย
ตามที่พยากรณ์อากาศบอกเอาไว้ ว่าตัวใต้ฝุ่นจะมาถึงโตเกียวประมาณ 6 โมงเช้า วันนี้ตื่นมาประมาณ 6 โมงกว่า ๆ ก็เห็นฝนกำลังเป็นสาย ๆ ฟ้ามืดไปหมด และลมแรงมากกกก น่ากลัวทีเดียว..
พอมานอนต่อ ตื่นมาอีกที 8โมงครึ่ง ก็ไม่มีแล้วค่ะ ฝนไม่ตก ฟ้าเริ่มจะใส ลมยังแรงมากอยู่
พอตอนเที่ยงก็ฟ้าใสมาก สวยมาก ๆ ลมแรงแต่น้อยกว่าเมื่อเช้า ใต้ฝุ่นไปแล้วสินะ
เปิดดูข่าวตั้งแต่เช้าก็เจอรายงานเกี่ยวกับใต้ฝุ่น เห็นจังหวัดอื่นโดนกันดูน่ากลัวมากมาย บ้าน (ที่ไม่แ็ข็งแรง) พัง .. และน้ำเชี่ยวมากทำให้สะพานข้ามแม่น้ำ (ที่ทำด้วยคอนกรีต) ถล่มลงมา อะไรเงี้ย แอบน่ากลัวเหมือนกัน
และก็ตามที่ตั้งใจไว้ ว่าวันนี้จะรอให้ใต้ฝุ่นผ่านไปก่อนค่อยไปแล็บ ตอนเช้าก็เลยได้แสดงฝีมือทำอาหารหลายอย่างค่ะ อิอิ
สูตรอาหารเอามาจากเว็บ yahoo japan gourmet คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะพวกแม่บ้าน มาโพสไว้เพียบ แถมยังเป็นสูตรของญี่ปุ่น ดังนั้นเครื่องปรุงก็่ต้องหาได้แน่นอน
อย่างแรกที่ทำคือ dry curry กับโพชเอ็ก (ไข่ลวก) ค่ะ
อืม สูตรก็ง่าย ๆ เลย
1. เอาผักที่จะใส่ในแกงกะหรี่มาปั่นๆ หรือสับ ๆ ให้ละเอียด พยายามอย่าให้เป็นก้อนเพราะว่าจะผ่านไฟไม่นาน (เพราะมันเป็นแบบแห้ง ใช้เวลาน้อย) ผักที่ใช้วันนี้มี แครอท พริกหยวก หัวหอม ค่ะ
2. แล้วก็เอามาคลุกกับหมูสับ (หรือจะเป็นเนื้อสับก็ได้) และคาเร่รู (ตัวก้อนแกงกะหรี่ หรือจะใช้ผงกะหรี่แทนก็น่าจะเหมือนกันนะ)
3. เอามาต้ม (เรียกว่าต้มหรือผัดดีหว่า มันไม่มีน้ำอะ) จนทุกอย่างสุกก็ยกลงเสริฟได้ค่ะ
ส่วนวิธีทำไข่ลวกก็ง่ายมาก เพราะเรามีเครื่องทำไข่ลวก (ที่ซื้อจากร้าน 315 เยน ฮ่า ๆ)

เนี่ยอะค่ะ เครื่องทำไข่ลวก

โฉมหน้าของดรายคาเร่ค่ะ ใส่น้ำไปนิดนึงเพราะกลัวมันจะติดก้นหม้อมาก (แต่ก็ติดจนได้ แหะ ๆ )
ต่อมาก็ทำ ครีมสตูผักกาดขาว (白菜クリームシチュー hakusai cream stew)
อันนี้ก็ยิ่งง่าย
1 ก่อนอื่นก็ผัดผักกาดขาวให้มันพอนิ่ม ๆ แล้วใส่เนยคลุกให้ทั่ว
2 ใส่ข้าวโพดลงไป (ข้าวโพดกระป๋อง) คลุกกับนม
3 ใส่ไส้กรอก หรือแฮม หรือเบคอนลงไป
4 โรยชีสเพื่อเพิ่มความอ้วน (อันนี้เพิ่มเอง อิอิ ในสูตรไม่มีนะคะ)
สิ่งที่ได้ก็ตามนี้ค่ะ

ครีมสตู (มันเป็นสตูรึเปล่าหว่า แต่มันผัด ๆ อะ ไม่รู้เรียกว่าไรดี)
พอทำเสร็จก็ทำซุปอีกสักหนึ่งอย่าง (อันนี้จะไว้กินตอนเย็น) ช่วงนี้ชอบมาก ๆ คือ ทงชิรุ (トン汁)ค่ะ
1 หั่นผักที่จะใส่ในซุป (ส่วนใหญ่ก็พวก เห็ด เต้าหู้ ไดคง - หัวไชเท้า แครอท และอื่น ๆ พวกผักที่ต้มแล้วน้ำออกมาหวาน ๆ อะค่ะ)
2 ใส่น้ำดาชิ (ใช้ผงฮงดาชิ คือซุปปลา) ผสมทำเป็นซุป แล้วก็ปล่อยให้มันต้มด้วยไฟอ่อน ๆ ประมาณ 10 - 12 นาที
3 ใส่หมูที่ผ่านไฟด้วยการทอดหรือผัดกับน้ำมัน (ตามสูตรเค้ายังงี้ แต่เราต้มไปทั้งยังงั้นเลยอะ) ลงไป แล้วก็เอาขึ้นเลยค่ะ อ้อ หมูที่ใช้ต้องเป็นหมูชาบูนะ

ทงชิรุค่ะ
แค่นี้วันนี้ก็มีข้าวเช้า กลางวัน และเย็น (เอาเบนโตะไป) กินแล้ว อิอิ

ดรายคาเร่กับโพชเอ็ก

ครีมสตูค่ะ
อัพแล้วหิว.. ไปดีก่า อิอิ
ข้าวกล่องวันธรรมดา..
posted on 03 Sep 2009 11:33 by momoocha-lover in diaryอาทิตย์ที่แล้วพอหายจากเป็นไข้ติดกันนาน ๆ ก็เริ่มซ่าส์ค่ะ ไปเดินช้อปปิ้งมากมาย ใช้ตังไปเยอะแยะอีกแล้ว
ประกอบกับ ฝนตกเป็นระยะ ใครดูข่าวคงทราบดีว่ามีไต้ฝุ่นเข้าญี่ปุ่นแถบคันโตช่วงวันอาทิตย์ จันทร์ ที่ผ่านมา ลุยฝนกันเหนื่อยเลยทีเดียว
หลังจากที่ฝนตกคราวนั้น วันไหนที่ไม่มีแดดอุณหภูมิก็ตกลงมากพอสมควร ประมาณ 25 - 27 องศา เหมือนเปิดแอร์เลย ทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นหน้าร้อนเท่าไหร่แฮะ ต่อไปคงต้องพกเสื้อคลุมอีกสักตัวเพราะตอนกลางคืนเย็นใช้ได้
วันนี้มาแล็บตามปกติ จริง ๆ ช่วงนี้ก็มาแล็บทุกวัน แค่ว่ามาแล้วไม่เห็นได้ทำงาน เอาแต่นั่งดู youtube และก็จัดการเรื่องบาร์บีคิวของที่แล็บค่ะ
เนื่องจากปีนี้ทั้งปีเราเป็น イベント担当 (event tantou ผู้รับผิดชอบการจัด event) ของที่แล็บ แล็บนี้มีอีเว้นท์ตลอดทั้งปีเริ่มตั้งแต่ (ไม่รวมทำความสะอาดครั้งใหญ่) ช่วงใบไม้ผลิ เดือน 4 ก็มี 花見 (hanami ดูดอกไม้ ซากุระ) พอเริ่มเข้าหน้าร้อน ประมาณเดือน 7 ก่อนปิดเทอมก็จะมี 花火 (ดูดอกไม้ไฟ) และก่อนปิดเทอมสอง หรือเปิดเทอมสองต้น ๆ ก็มี BBQ เป็นกิจกรรมที่คนญี่ปุ่นจัดกันช่วงเปลี่ยนจาก 夏 (natsu, Summer) ไป 秋 (aki, Autumn) ส่วนพอเข้าหน้าหนาวก็มีพวก คริสมาสปาร์ตี้ จัดทริปสกี (เริ่มจัดเมื่อปีที่แล้ว)
คิด ๆ ดูมันก็มีอีเว้นท์ได้ทั้งปีจริง ๆ เลยนะเนี่ย ไม่รวมโนมิไคที่มีเรื่อย ๆ เกือบทุกเดือน..
หลาย ๆ คนบอกว่ามีเที่ยว ปาร์ตี้เยอะ ๆ สนุกดีออก คนได้สนิทกันดี มันก็ดีอยู่หรอก แต่คนเหนื่อยมันคนจัดเฟร้ยยย เอิกๆๆๆ
บาร์บีคิวปีนี้เหนื่อยนิดหน่อย เพราะว่าเราไม่สบายไปอาทิตย์นึง ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่ควรจะเริ่มจองสถานที่ (เค้าจะเปิดให้จองก่อน 2 เดือน) ที่อยากจะจัด แล้วส่วนใหญ่คนก็ชอบไปจัดที่สวนใหญ่ ๆ ของเมือง โตเกียวมีอยู่สามที่ค่ะ
都立潮風公園 (toritsu shio kaze kouen)
都立葛西臨海公園 (toritsu kasai rinkai kouen)
都立昭和記念公園 (toritsu showa kinen kouen)
พอจะเริ่มจองก็พบว่า วันเสาร์อาทิตย์ถูกจองเต็มหมดแล้ว.. น่าเศร้าจริง ๆ
สุดท้ายก็จัดที่สวนไม่ได้สักที่ ตามวันที่ทุกคนสะดวกแล้ว ต้องไปจัดที่ข้าง ๆ แม่น้ำค่ะ
和泉多摩川 (izumi tamagawa) ที่นี่ไม่ต้องจองอะไรเลย เพราะไม่ใช่สวน เป็นแค่สถานที่ข้าง ๆ แม่น้ำ ที่เราสามารถเอาของไปทำบาร์บีคิวได้ แต่คนญี่ปุ่นก็จะมีปัญหาเรื่องการเก็บขยะ และการขนของ เพราะไม่มีรถกัน
ก็ต้องเช่าค่ะ.. ทำเรื่องเช่าก็ต้องดูอีกว่าของในแต่ละร้านถูกจองไปหมดยัง จะกินเนื้อย่างทีนึงทำไมลำบากแบบนี้เนี่ยย อร๊ากก
สุดท้ายก็จองเรียบร้อยแล้วค่ะ ใช้บริการเช่าอุปกรณ์ครบเซ็ท (สำหรับ 15 คน ค่าเช่า 26700 เยน) มาส่งให้ถึงที่ และมารับคืนให้วันนั้นเลย ส่วนขยะที่จะทิ้งก้อไปทิ้งที่ซูเปอร์ใกล้ ๆ (ต้องซื้อถุงขยะ และพวกของกิน)
ยุ่งเรื่องบาร์บีคิวมาถึงอาทิตย์เลยทีเดียว งานก้อไม่เดิน (ข้ออ้างชัด ๆ ) วันนี้ได้ฤกษ์ว่าจะทำงานซะหน่อย อิอิ
三色弁当 (sanshoku bentou) เบนโตะสามสี มีทูน่า (แซลม่อนมั้ง) ไข่ และก็หมูสับ ไม่ก็เนื้อสับ ทำให้มันดูเป็นสามสีค่ะ และก้อไส้กรอกเล็ก ๆ เสียบกับไข่นกกะทา และโปเตโต้สลัด ชอบเบนโตะอันนี้มาก ๆ กินง่าย ไม่เลอะ อร่อยด้วยอะ อิอิ

เมื่อวานไปฮาราจูกุมา เจอร้านนี้ค่ะ ขายคาราเมล เป็นคาราเมลชื่อดังของฮอกไกโด ชื่อ ฮานาบาทาเคะ เจ้าของร้านเป็นดารานั่นเอง
ไอติมราดคาราเมลร้อน ๆ อร่อยมากเลย แต่แพงไปหน่อยนะ

ไอติมราดคาราเมล ดูแล้วเหมือนมันบดกับเกรวี่จัง อิอิ
วันก่อนไปเจอพุดดิ้งแปลก ๆ ในเซเกียว (สหกรณ์ของมหาลัย) อันนี้เป็นรสชาค่ะ อร่อยดี
บล้อกนี่บ่นล้วน ๆ นะคะ - - -
นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่ไกล ๆ บ้าน ที่ป่วยติดต่อกันหลายวันขนาดนี้
รู้สึกเหมือนไข้ขึ้นตลอดเวลา ความดันต่ำ ๆ หันไปทางไหนก็ปวดหัวแปล๊บ ๆ (นี่มันอาการขาดเลือดชัด ๆ)
น่าจะเพราะว่า
เจ็ทแล็ก (สิบสองชม.ที่แตกต่างกัน)
ขาดเลือดแบบผู้หญิง ๆ
เจอแดดแบบรุนแรง
ไม่สบายมาสามวันติดแล้วค่ะ ปกติเป็นหนักแค่ไหนสองวันก็หาย (ถ้าไม่ได้ต้องคลานหยอดน้ำข้าวต้ม แบบอยู่เมืองไทย)
โดดแล็บมาเท่ากับจำนวนวันที่ไม่สบายพอดี ที่น่าโมโหก็คือ ดันซื้อตั๋วเดือนของ นร. เดินทางไปกลับบ้าน มหาลัย ซะแล้ว คิดว่าจะได้ใช้เลย แต่ก็ไม่ได้ใช้
สภาพก็โทรมสุด ๆ ห้องไม่ได้เก็บมาเป็นชาติ
ตื่นมากี่ทีก็มึนหัว ปวดหัว ฮือ ๆ เมื่อไหร่จะหายซะทีนะ
มันเป็นตั้งแต่วันอังคาร ตื่นมาพร้อมไข้ขึ้น สูง คิดว่าสูงนะ คลานกับพื้นเลยอะ
เรียกแท้กซี่ไปรพ.ที่ใกล้ที่สุด แท้กซี่ก้อไม่รู้เรื่องอะไรเลย มัวแต่ดูจีพีเอสอยู่ได้ จนเราต้องสังเกตุเห็นรพ. ที่อยู่ถัดจากจุดที่เรียกแท้กซี่ไปประมาณยี่สิบเมตร เลยบอกให้จอด ๆ ลงตรงนี้แหละ (มันยังมีหน้ามาเก็บตังอีก เจ็ดร้อยสิบเยน)
สภาพเน่า ๆ เข้าไปเค้าก็เอาหน้ากากใส่ให้ก่อนเลย แล้วก็วัดไข้ เทสต์เชื้อ influenza
แล้วนั่งรอหมอไปอีกเป็น ชม.
หมอบอกว่าไม่ได้เป็นไร ยาก็ไม่ต้องเอา เป็นหวัดธรรมดา ถ้าหนักกว่านี้ค่อยมาเอายา (กำ)
กลับบ้านมานอน ตื่นมาก็คิดว่าจะหายแล้ว แต่ก็มาเป็นอีก เป็น ๆ หาย ๆ ไปมหาลัยก็ไม่ได้ เศร้าจิต..
งานก็ทำไม่เสร็จซะที จะถึงกำหนดส่งอยู่แล้ว ฮึก ๆๆๆ
คิดถึงบ้านนน ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ถ้าเมื่อไหร่ที่อยากจะเลิกเรียน..
posted on 29 Jul 2009 09:15 by momoocha-lover in diaryช่วงนี้มีแต่เรื่องยุ่ง ๆ ย้ายบ้าน คอยรอรับของ เฟอร์นิเจอร์ที่มาส่ง ต่อเฟอร์นิเจอร์ (งานหนักที่พึ่งจบไปคือ ต่อเตียง) ไปเปลี่ยนที่อยู่ของเอกสารสำคัญต่าง ๆ หมดเวลาไปเป็นอาทิตย์ก็ยังไม่จบไม่สิ้นซักที ไหนจะซักผ้า (เครื่องซักผ้าที่สามารถเอาเข้ามาวางในหอได้เป็นแบบเล็กมาก ซักได้ทีละไม่ถึง 10 ตัว) แล้วช่วงนี้ฝนก็ตกบ่อยเหลือเกิน น่าเบื่อ ๆ
ทำให้ไม่มีอารมณ์อยากจะทำเคงคิว (研究 kenkyuu - research) ค่ะ
ไปแล็บก็นั่งง่วง ๆ งานก็ไม่เดินแบบจริงจัง ขอโทษเซ็นเซไว้ก่อนเลย เพราะช่วงนี้มันยุ่งเรื่องย้ายบ้านจริง ๆ อะ
เซนเซบอกว่า เอาไปทำต่อที่เมกา...
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กำลังจะไปอเมริกาค่ะ SIGGRAPH 2009 ปีนี้จัดที่ New Orleans
งานนี้เป็นงานช้างของวงการ Computer Graphic, Multimedia Technology ทั้งหลายของโลกเลยทีเดียว
เป็น Conference แบบที่มี Exhibition, Job fair ในตัวด้วย คนร่วมงานแต่ละปีเกินสองหมื่นคน จัดทีละ 6 วัน ทีือเมริกาเท่านั้น
ไว้จะเอารูปมาโชว์ค่ะ ดองรูปไว้มากมายเลยช่วงนี้
กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ..
ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์อยากทำวิจัย มีแต่อยากเที่ยว อยากพัก อยากหยุดเรียน.. สงสัยว่าอากาศมันก็น่านอนด้วย พึ่งย้่ายบ้านด้วย แล้วก็ปิดเทอมหน้าร้อนแล้วด้วย (ของปริญญาตรี)
คิดแ่ต่ว่าอยากจะหยุด.. เรียนไปทำไมกันนะ
ความตั้งใจแต่เดิมหายไปไหนกันนะ
เมื่อเช้านี้ได้คุยกับแพนด้า แพนด้าบอกว่า
"เคยดูสลิปเงินเข้าของยูโจะ (ゆうちょ銀行 Yuucho Ginkou - Post Office Bank) ของเรา ๆ กันบ้างรึเปล่า
ตั้งแต่มาที่นี่ เราได้ทุนเค้ามาเกือบล้านบาทแล้วนะ"
กรี๊ดดดดด
ถ้าได้เดือนละ 170 000เยน เป็นเวลา 12 เดือน.. บวกกับอีก 3 เดือนที่ผ่านมา (ทุนลดลง) ได้ 158 000 (ป.เอก)
ก็..เรท 37 บาทต่อร้อยเยน
988640 บาท..
เกือบจะล้านแล้วค่ะ
นี่ยังไม่รวมค่าเล่าเรียน ค่าสอง ค่าตั๋วเครื่องบินขามา (และขากลับ ตอนเรียนจบ)
จำใส่หัวเอาไว้เลย ว่ารัฐบาลเค้าออกเงินให้เราขนาดนี้
จะมัวแต่ขี้เีกียจและท้อถอยได้ไง
คิดที่จะเริ่มเรียนแล้ว ก็ต้องเอาให้จบ..
สู้ สู้
และแล้ว ก็เกิดแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ไปอาบน้ามและไปแล็บดีก่า
แค่นี้ คงไม่ต้องเล่าต่อว่าความรู้สึกขี้เกียจมันหายไปไหนหมด..
ถ้าเมื่อไหร่ที่อยากจะเลิกเรียน..
คิดเอาไว้ว่าไม่ใช่แค่เราที่จะเสียใจ
(แน่นอนว่านายทุนคงเสียใจกว่า ฮ่าๆๆๆ)
การย้ายบ้านที่ญี่ปุ่น
posted on 22 Jul 2009 14:33 by momoocha-lover in diaryย้ายบ้านแล้วค่ะ
!!!!
ช่วงนี้เลยยุ่งมาก ๆ เนื่องจากการย้ายบ้านไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
เริ่มจาก หาบ้าน (สองอาทิตที่แล้ว) ที่ญี่ปุ่นเวลาจะหาบ้าน (สำหรับอยู่คนเดียวหรือหลายคนก็ตาม) ก็ไปที่ fudosan 不動産 บริษัทจัดหาบ้านค่ะ บอกความต้องการ งบที่จ่ายได้ต่อเดือน (อันนี้กรณีที่เช่าอยู่ ซึ่งโดยปกติก็เช่ากันนะ ขายขาดไม่ค่อยมี ทำสัญญาซื้อบ้านที่ประเทศนี้ถ้าไม่ใช่คนญี่ปุ่นก็ยากมาก ๆ) สิ่งที่ต้องการในบ้านใหม่ อย่างกรณีของเราก็คือ (เรียงตามลำดับความสำคัญ ถ้าไม่ได้รวมราคาสูงสุดที่จ่ายไหว)
1 ใกล้สถานี ใกล้มหาลัย
2 ตึกเป็นคอนกรีต (RC) หรือ เหล็ก (tetsu 鉄)
3 ห้องขนาด 20 ตารางเมตรอัพ
4 ใกล้ซูเปอร์ คอนวีเนี่ยน
5 ระบบออโต้ล็อกของทั้งตึก (พูดง่าย ๆ คือ มีประตูหลักของตึกที่ต้องล็อกตลอดเวลานั่นเอง)
6 ครัวกับห้องนอนแยกกันเป็นสัดส่วน (ไม่งั้นทำกับข้าวแล้วเหม็นไปทั่ว)
7 มี closet แบบ built in
8 มีที่วางเครื่องซักผ้าให้ในห้อง
9 ห้องน้ำกับห้องอาบน้ำแยกกัน
ดูเหมือนเงื่อนไขเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่เวลาหาบ้าน เงื่อนไขก็ควรจะเยอะ ๆ แบบนี้แหละค่ะ เค้าจะได้คัดเอาเฉพาะอันที่เราสนใจมาจริง ๆ ไม่งั้นไปดูก็เสียเวลาเปล่า
สุดท้าย บ้านใหม่ที่ได้มาก็ตรงตามเงื่อนไขทุกอย่าง ยกเว้นข้อ 7 closet ที่มีให้เล็กมาก ๆๆๆ และก็ข้อ 9 บ้านใหม่เป็น unit bath คือห้องอาบน้ำเป็นห้องน้ำในตัวด้วยเลย ไม่ผ่าน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะว่าไม่ได้สำคัญขนาดนั้น สุดท้าย ที่เลือกบ้านใหม่นี่ก็เพราะความ "สะดวก" น่ะเอง.. เดินจากสถานีประมาณ 50 ก้าว (นับดูละเมื่อเช้า) และก็ไปย่านเมืองย่านร้านขายของได้ด้วยการเดินประมาณ 5 นาที.. ชอบมาก ๆ สะดวก.. ถึงแม้ว่าขนาดจะเล็ก และเพดานก็เตี้ยก็เหอะ
พอได้บ้านแล้วก็เซ็นสัญญา และก็เตรียมตังให้พอจ่ายค่านายหน้าค่ะ กรณีที่เช่าบ้านแบบนี้ ตัวบ้านที่ได้มาจะเป็นบ้านเปล่า (พูดว่าบ้านแต่จริง ๆ มันคือห้องกว้างแค่ 20.5 ตรม.เองล่ะ แต่โตเกียวนี่หน่าทำไงได้) อย่างดีก็มีแอร์มาให้ นอกนั้นซื้อเอง (หมายถึง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตียง และอื่น ๆ)
ถ้าพูดถึงค่านายหน้าตอนแรกเข้าเนี่ย ที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียวแพงมาก ๆ ตอนเราทำสัญญา เจอไปราว ๆ 5 เท่าได้
ของเราประมาณคร่าว ๆ ดังนี้ (มั้ง)
ค่าเช่าบ้านของเดือนนี้ 1 เท่า (ของค่าเช่า)
ค่านายหน้า 1 เท่า จ่ายให้ฟุโดซัง
ค่าขอบคุณ 1 เท่า(礼金 rei kin- gratuity)
ค่ากุญแจ 2 เท่า (敷金 shiki kin - key money)
ค่าประกัน .5 เท่า
ค่าเช่าบ้านเราเดือนละประมาณ 7.5หมื่น
สรุปแล้วรวม ๆ จ่ายไปเกือบ 4แสน 7 ได้ กรี๊ด.. (แต่ก็รวมค่าเช่าบ้านของเดือนนี้แล้วแหละ)
ย้ายบ้านทีนึง ต้องเตรียมเงินเยอะมาก ๆ ค่ะ นอกนั้นยังไม่พอ ต้องเหลือเงินไว้เผื่อซื้อ ตู้ เตียง โต๊ะ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และอื่น ๆ อีกมากมาย
พอทำสัญญาเสร็จ ก็หอบเงินก้อนไปจ่ายที่บริษัทจัดหาบ้านที่ติดต่อตรงกับบ้านนั้น ๆ เค้าก็จะอธิบายทุกอย่างตามในสัญญา และก็ต้องปั๊ม inkan (印鑑) รับทราบเป็นหลักฐานแทบทุกใบ เรียกว่าเสียเวลาไปเป็นวันเลยทีเดียว
แล้วก็ติดต่อบริษัทขนย้ายของ กรณีเราไม่ได้ใช้บริษัท (เพราะมันแพงนะ ขนทีนึงหลายหมื่น).. ใช้ลุงขนของที่รับจ้างนศ.ต่างชาติ คิดเที่ยวละ 5 พัน กับรถบรรทุกขนาดเล็ก ๆ ของแก
แพ็คของ ขั้นตอนมหาโหดที่สุดในโลก.. ใช้เวลาเกิน 20 ชม. รวมแล้ว ก็ยังแพ็คไม่เสร็จ ดีที่ประเทศนี้ตามซูเปอร์จะมีกล่องเปล่าไว้บริการลูกค้า สามารถไปขอได้ฟรีเอามาแพ็คของย้ายบ้านค่ะ (รู้อย่างนี้ต่อไปนี้ไม่เก็บกล่องให้เกะกะแล้วแหละ)
ย้ายบ้าน ก็เกณฑ์เพื่อน ๆ มาช่วยกันขน เพราะไม่ได้ใช้บริษัทขนย้ายเค้าก็ไม่ได้บริการส่งถึงหน้าประตู แหะ ๆ
จัดของลงบ้าน (กรณีที่ยังไม่มีตู้ก็น่าเศร้า นอนกับกล่องไปก่อน) ตอนนี้เราอยู่ขั้นตอนนี้มาสามวันแล้วค่ะ ฮึก ๆ ของก็ยังไม่ค่อยมาส่งเท่าไหร่เลย
พอย้ายจากหอพักนักศึกษามาอยู่แมนชั่นเอง เวลาสั่งของให้มาส่งก็ลำบากมาก เพราะว่าจะต้องคอยอยู่รอรับ สมมติว่ากำหนดไว้ว่าช่วงเช้า (9 - 12) ก็ไปไหนไม่ได้เลยช่วงนั้น เพราะบางเจ้าก็ไม่มีโทรมา ถ้ากดกริ่งแล้วไม่มีคนรับก็จะทิ้งใบเล็ก ๆ เขียนไว้ว่ามาส่งของนะแต่เราไม่อยู่ (不在 fuzai) ให้นัดมาใหม่ ยุ่งยากอีกที..
สรุปว่า ช่วงนี้งานไม่เดิน (มาสี่วันแล้ว) เพราะมัวแต่ย้ายบ้านค่ะ ฮึก ๆๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่ดีมาก ๆ คือ ประหยัดเวลาเดินทางลงได้เกือบ ๆ 40 นาทีเลยทีเดียว.. อิอิ