พรีเซ้นท์ zemi เสร็จแล้ว..
เย้
เดือนนี้แห่งการ พรีเซ้นท์ 3 ครั้งก็หมดลงโดยสวัสดิภาพ
เริ่มจากที่พรีเซ้นท์ zemi ครั้งแรกแย่มาก มาก มาก.. ถึงขนาดที่เสียใจกันไปหลายวันทีเดียว
(พรีเซ้นท์เสร็จ เพื่อนเดินมาถามว่า เป็นไรมากป่าว ทำไมทำได้ห่วยขนาดนี้ เหอ เหอ)
แล้วก็ต่อด้วยพรีเซ้นท์ริงโค ที่ผ่านไปด้วยดีเพราะบทเรียนจากพรีเซ้นท์เซมิคราวที่แล้ว เลยตั้งใจมากขึ้น รอบคอบมากขึ้นสุด ๆ
และวันนี้ก็พึ่งพรีเซ้นท์ zemi (ครั้งที่สองของเดือนนี้) ไป ถือว่าเป็นโอกาสแก้ตัวที่แก้ตัวได้สำเร็จ เย้.. สมแล้วที่ตั้งใจเตรียมมาตั้งนาน
- - -
เมื่อวานขณะที่เตรียมพรีเซ้นท์อยู่ ก็นั่งทำรูปภาพเพื่อมาเป็นตัวอย่างไปด้วย (เรียกว่า ผลการทดลองจากโปรแกรมตัวเอง ละกัน) มีจุดที่งง ๆ อยู่บางที่ ดูเท่าไหร่ก็ยังงงอยู่ ก็เลยไปถามเพื่อนที่เก่งที่สุดในแล็บ (ป.เอก ปี2 computer geek ตัวจริงเสียงจริงค่ะ) เค้าก็มาดู ๆ ใช้เวลา 20 นาทีเค้าก็เข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดแบบนั้นขึ้นมา แต่เราดูยังไงก็ยังไม่เข้าใจนี่หน่า.. ฟังเค้าอธิบายก็ยัง งงๆ เค้าก็เลยทิ้งท้ายไว้ให้บอกว่า
ลองพล็อตกราฟจากค่าที่คำนวณออกมาได้ดู แล้วเปลี่ยนโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ สังเกตุดู ยังไงก็ต้องเข้าใจแน่ ๆ ว่าทำไมถึงเกิดแบบนี้ขึ้นมา
แล้วเค้าก็จากไป โดยทิ้งเราอยู่ในแล็บคนเดียว..
- - -
ผ่านมา 4 ชม. พล็อตกราฟไปเป็น 10 - 20 อันแล้ว ก็ยัง งง ๆ มาก ๆ บวกกับความเครียด ดูนาฬิกากี่ที เวลาก็เดินไปเร๊ว เร็ว แล้วพรีเซ้นท์พรุ่งนี้ก็ยังไม่ได้ซ้อมเลย ไอ้จะทิ้งตรงนี้ไปซ้อม ก็รู้สึกว่าหนีปัญหา ก็เลยดั้นด้นทำต่อไป..
เพื่อนอีกคนโผล่มาแล็บพอดี เค้าก็มาให้คำใบ้อีกอย่างนึง ว่าดูตรงนี้ ๆ สิ..
เราก็ยังคงงมต่อไป เหอ เหอ ขณะที่งมอยู่ความเครียดก็สะสม แผ่ซ่าน พลานคิดไปว่า โอ้ย คิดไม่ออก ไม่อยากเรียนแล้ว รู้สึกตัวเองโง่ สมองโง่เกินไป อะไรต่าง ๆ นานา ก้อเข้ามาในหัว
และแล้ว ผ่านไปอีก 20 นาที ก็ปิ๊งขึ้นมาได้
เหมือนมีใครมาจุดไฟนำทาง เส้นผมบังภูเขาโคตร ๆ
เริ่มรู้สึกว่า รัก ใน computer science ขึ้นมาทันที
ที่ รัก ไม่ใช่เพราะว่าคิดออกหรืออะไร แต่เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่จะไม่มีวันทรยศเรา
เหมือนคำพูดที่บอกว่า you are what you eat.. computer programming ก็เหมือนกัน ใส่อะไรเข้าไป ผลก็จะออกมาตามที่ตั้งเอาไว้ ไม่มีทางจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ หรือว่าดวงแน่นอน ไม่ขึ้นอยู่กับอะไร ทุกอย่างเราควบคุมได้ด้วยตัวเอง นี่คือเสน่ห์ของการเรียนสายนี้ เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมคนถึงได้เลือกเรียนไอ้นี่กัน
พึ่งจะมาสำเหนียกได้ตอนที่เปลี่ยนมาเรียนสายนี้แล้ว สองปีกว่า.. อาเมน
ก็เคยเรียนมาแต่สายศิลป์นี่เน้อ.. จะไปเข้าใจหัวอกเด็กสายวิทย์ทันทีเลยได้ไงล่ะ อิอิ
- - -
เพื่อนซี้ที่ให้กำลังใจกันอยู่ทุกวัน (หัวอกเด็กศิลป์เหมือนกัน) พูดมาประโยคนึงเมื่อวาน ที่ฟังแล้วแทบจะร้องไห้
"ก็บอกหลายทีแล้วว่า แกเริ่มมาไม่เหมือนคนอื่น คนอื่นเค้ามาแบบป.โท
สิ่งต้องห้ามของแก ก็คือ ท้อ
ห้ามท้อ อย่างเดียวเท่านั้น.."
- - -
จริงค่ะ.. ความรู้ก็ไม่เท่าชาวบ้าน ถ้าท้ออีกก็จบกันเลย แล้วความบ้าที่ตัดสินใจเปลี่ยนสายเรียนก็จะเป็นแค่อดีตที่ไม่อยากนึกถึงเท่านั้น..
เป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คนที่กำลังเรียนอยู่ตอนนี้ และตัวเองด้วยค่ะ อิอิ

สู้ต่อไปครับ
คือมันก็มีทุกข์ บ้างท้อบ้า่ง
แต่ผมจะแนวท้อมากหน่อยก็เลยต้องให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ
#1 By พงคุง on 2009-05-29 10:46