วันนี้ไปงานปีใหม่ของสำนักคาราเต้  成道会 (Genseiryu seidoukai International Karate-Do Federation)  มาค่ะ ชื่องานว่า 鏡開き式 (kagami biraki shiki) ถ้าแปลตามคันจิคือ งาน เปิด กระจก.. เอิก ๆ คำแปลแปลก ๆ จริง ๆ เลยเนอะ จริง ๆ แล้วมันคืองานตัดโมจิกินกันน่ะเองค่ะ

ปกติแล้วงาน คากามิบิราคิ ถือเป็นงานใหญ่แรกตั้งแต่เปิดปีใหม่มาของญี่ปุ่น โดยปกติจะจัดวันที่ 11 มกรา (ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย) คราวนี้ชมรมคาราเต้ของเราก็เลยจัดรวมชมรมย่อย ๆ ที่อยู่ในสำนักเซโดไค (ญี่ปุ่นจะมีสำนักคาราเต้มากมาย ในหนึ่งสำนักก็แบ่งเป็นหลาย ๆ ที่ฝึกสอนแ่ต่จะเดินตามระเบียบเดียวกันของสมาคม มีการสอบของแต่ละสำนักไม่เหมือนกัน) พอดีว่าของเราอยู่ในสำนักนี้ก็เลยไปแจมงานตัดโมจิกับเค้าด้วย อิอิ

ก่อนไปเราก็เตรียมชามกะตะเกียบ และที่ลืมไม่ได้คือชุดคาราเต้

แอบงงเหมือนกันว่าจะเอาชุดคาราเต้ไปทำไมกันหว่า.. ไปกินเลี้ยงนี่หน่า

พอไปถึงก็ได้รู้ค่ะ วันนี้อุณหภูมิภายนอก น่าจะต่ำกว่า 10 องศา ต่อให้เราเดินเล่นอยู่ในโรงยิม ที่เป็นพื้นไม้ อุณหภูิมิก็ไม่ได้สูงขึ้นไปอีกนิดเล้ย.. หนาวมาก ๆ แล้วก็ถูกสั่งให้ไปเปลี่ยนเป็นชุดคาราเต้..
อนิจจา ชุดคาราเ้ต้จะใส่เท้าเปล่าเท่านั้น และี่มือเปล่า.. หุหุ

เลยได้สัมผัสกับความรู้สึกเหมือนไม่มีขาเป็นครั้งแรก หนาวจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว เท้าเป็นสีขาว เอิก ๆ..

เปิดงาน เด็ก ๆ และผู้ใหญ่สำนักนี้ก็ใส่ชุดคาราเต้มารวมตัวกัน เรียงตามสีและชมรมย่อยอีกที เรายังสายขาวอยู่ (พึ่งเรียนได้สามเดือน หยุดไปเดือนนึงเพราะจักรยานล้ม.. อาเมน) แล้วก็วอร์มอัพปกติที่คุ้นเคยกันดีประมาณครึ่ง ชม. ก็เริ่มเตะ ต่อย ตามเสต็ป แล้วก็ไล่ให้ทุกคนยกเว้นพวกมือใหม่ (รวมถึงเราสินะ มือใหม่) ไปนั่งดู

.. ดูอะไรหว่า ดูเราแสดง.. อารัย ?? คนญี่ปุ่นสายขาวข้าง ๆ ก็บอกว่า เดี๋ยวเราจะต้องแสดงท่า Tai sabaki นะ เราก็แบบ ?? ทำหน้าเอ๋อมาก มันคืออารัยเหรอ แล้วเราจะทำได้ไงกันนิ
แต่ไม่มีใครรอ พอสัญญาณเริ่ม ทุกคนที่อยู่ตรงกลางโรงยิมก็ต้องแสดงชุดไทซาบาคิกัน

จริง ๆ แล้วมันก็คือกระบวนท่าของคาราเต้ ที่เอาไว้สอบเลื่อนสายขาวเป็นสายม่วงน่ะเองค่ะ ซึ่งเราก็เรียนมาแล้วแหละ พอจะมั่ว ๆ ตามชาวบ้านได้อยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันเรียกว่า ไทซาบาคิ (体捌き) น่ะ แหะ ๆ

พอไทซาบาคิจบ ก็ให้พวกสายม่วงมาแสดงกระบวนท่า (แต่ละสายไม่เหมือนกัน) ของสายม่วงที่จะสอบเป็นสายเขียวคือ 天位 (ten i) ต่อจากสายเขียวเป็นสายน้ำตาลก็คือ 地位 (chi i) และก็น้ำตาลขึ้นเป็นน้ำตาลสอง (น้ำตาลจะมีสองสองครั้ง กว่าจะเป็นดำ) 人位 (jin i) และก็สุดท้ายคือสอบ 慈恩 (ji on) เป็นสายดำ่ เป็นอันจบการเลื่อนสายของคาราเต้ (สำนักนี้)


สายน้ำตาลเตรียมแสดงกระบวนท่า..

แล้วก็มีการแสดงจากพวกอาจารย์สายดำ แสดงการต่อสู้ และที่ประทับใจมาก ๆ คือ ผ่าอิฐ... พูดถึงคาราเต้ก็ต้องผ่าอิฐสิ ตั้งแต่เรียนมายังไม่เคยเห็นเลย.. อิอิ วันนี้ได้เห็นสมใจค่ะ เลยถ่ายวีดีโอมาให้ทุกคนชมกันด้วย 

 
ผ่าอิฐ 9 ชั้นด้วยมือเปล่า

และแล้วก็ถึงเวลากินข้าว เย้ ๆ.. (สามโมงแหนะกว่าจะได้หม่ำ) ที่แน่ ๆ ขาแข็งไปหมดแล้วด้วยอะ ฮึก ๆ
อาหารก็เป็นอาหารปาร์ตี้ปกติของญี่ปุ่น (แซนวิสพอดีคำ กับซูชิ)

และก็ โมจิแน่นอน.. ก็มันงานหั่นโมจินะ.. (ไม่เห็นมีหั่นให้ดูเลยอะ)

อันนี้คือ โอโซนิ 大雑煮 เป็นซุปของคาวที่ใส่โมจิ กินเฉพาะช่วงปีใหม่  ขาว ๆ นี่คือโมจิแบบนิ่มแล้วนิดหน่อยค่ะ

ซุปก็ใส่พวก หัวไชเท้า หัวหอม แครอท หวานมาก ๆ เลย อร่อยมากอะ

แล้วก็มีของหวาน ถั่วแดงร้อนใส่โมจิ ที่เรียกว่า โอชิรุโกะ お汁粉 ให้กินกันด้วย อร่อยดี 

แล้วก็ปิดงานค่ะ

 

edit @ 21 Jan 2009 21:12:33 by momoocha

Comment

Comment:

Tweet

อยากกิน...จังbig smile
น่ากินจังเลยยย

#13 By prim-prim on 2009-01-31 17:33

เล่นคาราเต้ด้วยหรอเนี่ย
ไมเราไม่ชอบโมจิเลยอ่ะ ยิ่งตอนมันอยู่ในน้ำซุป เหนียวหนืดจืดสนิท อยากได้พริกกระเทียมมะนาวทีเดียว 555

#12 By Nupink (^-^) on 2009-01-30 10:11

ทำไมแก ต้องเอาเรื่องกินมาลงทุกทีสิน่า..

#11 By (124.120.29.230) on 2009-01-26 10:11

Seems fun though...

take care n get well soon na :D


ps.

sorry for always fail ya expectation..sad smile

#10 By Shallow Boyz on 2009-01-23 21:52

ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นได้คุ้มดีจริงๆ เล้ยยยย

เรามาก็มีแต่เรียนๆๆ เลี้ยงแฟนเลี้ยงลูก สงสัยต้องหนีไปทำอย่างอื่นบ้างละ

#9 By Minpanda on 2009-01-21 23:08

調べたら瓦割りに使うのは専用の「割れやすい瓦」みたい.

ある程度練習すれば,5枚くらいなら割れるようになるのかな?(綺麗に割るのはまた別だと思うけど)

日本にいる間ずっと続けていれば,タイに帰るころにはブロックとか金属バットとか粉々に出来るようになるかもdouble wink

#8 By Cage (121.102.117.13) on 2009-01-19 22:57

โอ้ย
เอาอาหารมาล่อกระเพาะอีกแล้ว

#7 By DeepSnowzIndy on 2009-01-19 10:19

น่ากินจังเลยยยยยย

#6 By ศึกษาต่อออสเตรเลีย (58.9.167.228) on 2009-01-19 00:10

น่ากินจังเลยยยยยย ที่ญี่ปุ่นมีแต่ของน่ากินจริงเลยๆ

น่าอจิฉาจังเลย
พลังทุบผ่าอิฐสุดยอดมาก

อยากกินโอโซนิบ้างจังopen-mounthed smile
ซุปใส่โมจิ

#3 By หมูทอดซามะ on 2009-01-18 21:16

> <,, โมจิจิจิจิ~~

#2 By ♕ Sinsters? on 2009-01-18 20:15

วันหลังเราไม่กล้ามีเรื่องด้วยแล้วเนี่ย กลัวโดนทุบบ

#1 By It's me (221.115.68.29) on 2009-01-18 20:12