เหตุเกิดที่หน้าหอพัก นศ. ต่างชาติมีชื่อแห่งหนึ่ง (ไม่ค่อยจะ) ใจกลางกรุงโตเกียว

นศ.สาวขี่จักรยานออกมาด้วยความเร็วสูงและหักเลี้่ยวหลบอะไรก็ไม่รู้ ทันใดนั้นก็เสียหลัก ทั้งจักรยานและคนก็ล้มตะแคงกลิ้งกันไป.. บนพื้นหินกรวดเอย.. อาเมน

ขณะที่นศ.สาวกำลังจะปัดฝุ่นและเก็บจักรยานเพื่อขี่ไปต่อ เนื่องจากตื่นสายไปไม่ทันนัดกับเพื่อนที่แล็บ

ก็สังเกตุไปเห็นถุงน่องที่ขาดและเลือดท่วมหัวเข่า...กรี๊ด...

ค่ะ

จักรยานล้มมา ฮือๆๆๆๆ

เมื่อวานเป็นประสบการณ์การไป รพ. ญี่ปุ่นครั้งที่สอง แต่ว่าเป็นครั้งแรกที่ไปด้วยเรื่องของตัวเอง จริงๆก็ไม่ได้จะไป รพ. หรอก เพราะคิดว่าแผลแค่นี้เอง (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแค่ประมาณ ห้าเซน เลือดท่วมมองไม่เห็นอะไรแล้ว) ใส่เบตาดีนก็หายมั้ง ก็เลยเอาจักรยานไปจอดข้างหน้าแล้วเดินขึ้นมาห้อง แต่เอ ทำไมเราไม่มีอุปกรณ์ทำแผลฉุกเฉินเลยหว่า ก็เลยโทรไปหาอิง ขอยากับอิง พออิงเดินมาดูแผลก็ลากไป รพ. ด้วยแท็กซี่ทันที..

ไปถึง รพ. แผนกฉุกเฉิน 緊急  (kinkyuu = emergency) เค้าก็ถามก่อนเลยว่า ได้โทรมาจองไหม.. (เฮ้ย ฉุกเฉินจะไปโทรจองได้ไงฟระ) ถ้าไม่ได้จอง ต้องขอเช็คก่อนว่าจะว่างตรวจรึเปล่า (เอ่อ..)

แล้วเค้าก็บอกว่าว่างตรวจ ให้เราไปนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉิน

รอประมาณ หนึ่งชม.​เท่านั้น ขณะที่รอเลือดก็ซิบๆ ถึงแม้ว่าจะเอาผ้าก๊อซปิดไว้แล้วมันก็เริ่มจะท่วมกำลังดี

แล้วก็ได้เข้าไปพบหมอ ทำแผล ไปถึงคำแรกที่คุณพยาบาลก็คือ ทีหลังต้องโทรมาจองนะคะ จะได้รู้ว่าจะได้หาหมอเลยรึเปล่า (ค่ะ ทีหลังก่อนจะล้มต้องจองหมอไว้ก่อน) หมอก็จัดการทำแผล และก็ส่งไปทำ レントゲン写真(rentogen shashin = X Ray picture) เพื่อดูว่ากระดูกมีปัญหาที่ไหนไหม เออจะว่าไปก็ดีเหมือนกัน.. สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นอะไร ก็นัดมาล้างแผลอีกสองวัน

ค่าหมอ ขนาดว่ายื่นบัตรประกันสังคม (ของที่ญี่ปุ่น เพราะเค้าก็บังคับทำอยู่แล้ว)​ แล้ว ก็โดนไปห้าพัน (เค้าบอกว่าจะไม่เกินนี้ ให้ยึดเงินไว้ก่อน..) ตอนแรกเราก็มีไม่ถึงด้วยซ้ำ เค้าก็บอกมีเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น อ๊าก อะไรเนี่ย รพ.อนาถา แต่โชคดีไปเจอแบ๊งแอบซ่อนในกระเป๋าตังพอดี อิอิ

ขาไปนั่งแท็กซี่ ขากลับเดินค่ะ เพราะว่างกเงิน แล้วอิงก็กลับมาก่อนแล้วเพราะมีธุระ (แหงละใครให้รอนานขนาดนั้นก็ไม่ไหวหรอก) ฝ่าความหนาวกลับมา แต่ว่าเค้าพันแผลดีมาก ยังกะเป็นแผลน้ำร้อนลวกที่ขา พันซะยังกะเข้าเฝือกเลยล่ะ)

และแล้วก็ยังจะแร่ดไปเดินเที่ยวงานมหาลัย 駒場際(komaba sai = Culrutal festival at Komaba) ฝนก็ตกเอา ตกเอา แต่ก็สนุกดีได้กินทาโกะยากิสมใจ อร่อยดีด้วยอะ และก็เล่นเกม ฟังแข่งเปียโน ใช้ได้ๆ เสียดายที่ฝนตก

ตอนเย็นลากขาเจ็บ ๆ มากินข้าวสุดแสนจะไม่อร่อยที่สถานีติดกับบ้านเรา 祖師ケ谷大蔵(soshigaya ookura) ร้านขายแฮมบากุแบบเชน (แฮมบากุคือเนื้อบดที่ทำเป็นก้อนๆ กินกับข้าว ญี่ปุ่นนิยม) แต่มันเวฟเอาแบบเลวร้าย..เหอๆ ยังดีที่ต่อด้วยช็อกโกโคร ครัวซองไส้ช็อกโกแลตต้นตำรับที่ฮาราจูกุสุดอร่อย เลยทำให้โอเคไปได้มื้อนั้น อิอิ

เสียดายอยู่หนึ่งอย่าง คืออดเล่นคาราเต้เลยวันนี้ (ก็ลองไปเล่นดูเซ่...) 

Comment

Comment:

Tweet

เค้าหมายถึงโทรนัดหลังจากที่ล้มน่ะครับ คือโทรจากมือถือเอาก็ได้ ประมาณนี้ คือถ้าคุณคุ้นเคยกับสังคมญี่ปุ่นที่เค้าจะถือมารยาทเป็นหลักก็จะไม่รู้สึกอะไร เพราะทางรพ.จะได้รู้เตรียมการรักษาด้วยน่ะครับ

#5 By Thai-Japan kung (203.144.180.65) on 2009-08-26 19:53

-0-
เรายังไม่เคยไปหาหมอญี่ปุ่นเลยอ่ะ กลัว
แต่ที่บ้านชั้นล่างเป็นคลีนิก ไว้จะลองไปใช้บริการ

#4 By Minpanda on 2008-11-25 14:32

sad smile ต้องนัดก่อนด้วยนะเนี่ย ไม่น่าหละ เค้าถึงนิยมเรียกรถพยาบาลกัน

#3 By หมูทอดซามะ on 2008-11-25 11:02

เอ่อ.....โรงบาลนะพี่ ไม่ใช่โรงแรมหรือภัตราคาร = =
(แล้วกูจะรู้มั๊ยว่าจะเจ็บเมื่อไหร่ = =a ไอ้กูลิโกะนี่)

#2 By Sharpen_Thought on 2008-11-25 09:11

เบื่อโทรไปนัดเค้าเหมือนกันค่ะ -_-; ทีหลังเจ็บอย่างนี้เรียกรถพยาบาลเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องมาทนฟังพยาบาลบ่นให้ไปนัดมาก่อนอีก -_-;

#1 By Hayashi Kisara on 2008-11-25 09:04